คำร้อง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาชี้ขาดให้โจทก์ชนะคดี โดยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

คำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาชี้ขาดให้โจทก์ชนะคดี โดยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ข้อ 1. คดีนี้ ศาลได้โปรดนัดไกล่เกลี่ย ให้การ หรือสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ศาลได้โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยวิธีปิดหมายซึ่งจำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้แล้ว โดยวิธีปิดหมาย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 รายละเอียดปรากฏตามรายงานผลการส่งหมายของเจ้าพนักงานศาล ในสำนวนคดีของศาลแล้วนั้น และจำเลยจะต้องยื่นคำให้การแก้คดีต่อศาล ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 แต่ปรากฎว่า จำเลยมิได้ยื่นคำให้การแก้คดีภายในกำหนดแต่อย่างใด ย่อมถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์จึงเรียนมาเพื่อขอศาลได้โปรดมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้โจทก์ชนะคดีโดยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอศาลได้โปรดอนุญาต ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด…

คำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาชี้ขาดให้โจทก์ชนะคดี โดยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ข้อ 1. คดีนี้ ศาลได้โปรดนัดไกล่เกลี่ย ให้การ หรือสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 3 ธันวาคม 2568

ศาลได้โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยโดยวิธีปิดหมายซึ่งจำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้แล้ว โดยวิธีปิดหมาย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 รายละเอียดปรากฏตามรายงานผลการส่งหมายของเจ้าพนักงานศาล ในสำนวนคดีของศาลแล้วนั้น

และจำเลยจะต้องยื่นคำให้การแก้คดีต่อศาล ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 แต่ปรากฎว่า จำเลยมิได้ยื่นคำให้การแก้คดีภายในกำหนดแต่อย่างใด ย่อมถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

โจทก์จึงเรียนมาเพื่อขอศาลได้โปรดมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้โจทก์ชนะคดีโดยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอศาลได้โปรดอนุญาต

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

ลงชื่อ    ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร      ทนายโจทก์

คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้านายดรณ์ลดาวัลย์บุตร ทนายความโจทก์ เป็นผู้เรียงและพิมพ์

ลงชื่อ    ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร      ผู้เรียงและพิมพ์

เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์มีหน้าที่จะต้องยื่นคำร้องขอฯ ต่อศาล

การนับระยะเวลายื่นคำให้การ คดีแพ่งสามัญ

: ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหมายด้วยตนเอง หรือมีผู้รับแทน (บุคคลอื่นที่อายุเกิน 20 ปี) หรือทางไปรษณีย์ตอบรับ

: ภายใน 30 (15+15) วันนับแต่วันที่เจ้าหน้าที่ศาลมาปิดหมายไว้หน้าบ้าน ที่ทำงาน ประกาศหนังสือพิมพ์ หรือปิดประกาศหน้าศาล

ตัวอย่าง คำสั่งศาล

: เสนอวันนี้ จำเลยไม่ได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด มีคำสั่งให้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ แล้วให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวโดยขาดนัด

: จำเลยรับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2564 จำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จึงให้พิพาจารณาชี้ขาดตัดสินคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 197 เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้ยื่นคำให้การแล้ว จำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามกฎหมายหรือตามคำสั่งศาลให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

มาตรา 198 ถ้าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การให้โจทก์มีคำขอต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลง เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้คนเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด

ถ้าโจทก์ไม่ยื่นคำขอต่อศาลในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากระบบความ

ถ้าโจทก์ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีโดยขาดนัดไปตาม มาตรา 198 ทวิ แต่ถ้าศาลมีเหตุสงสัยว่าจำเลยจะไม่ทราบหมายเรียกให้ยื่นคำให้การ ก็ให้ศาลมีคำสั่งให้มีการส่งหมายเรียกใหม่โดยวิธีส่งหมายธรรมดาหรือโดยวิธีอื่นแทน และจะกำหนดเงื่อนไข อย่างใดตามที่เห็นสมควรเพื่อให้จำเลยได้ทราบหมายเรียกนั้นก็ได้

มาตรา 198 ทวิ ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี โดยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การมิได้ เว้นแต่ เห็นว่าคำฟ้องของโจทก์มีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมายในการนี้ ศาลยกขึ้นอ้างโดยลำพังซึ่งข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ได้

เพื่อประโยชน์ในการพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีตามวรรคหนึ่ง ศาลอาจสืบพยานเกี่ยวกับข้ออ้างอิงของโจทก์หรือพยานหลักฐานอื่น ไปฝ่ายเดียวตามที่เห็นว่าจำเป็นก็ได้แต่ในคดีเกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคลสิทธิในครอบครัวหรือคดีพิพาทเกี่ยวด้วยกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ให้ศาลสืบพยานหลักฐานโจทก์ไปฝ่ายเดียวและศาลอาจเรียกพยานหลักฐานอื่นมาสืบได้เองตามที่เห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ในการกำหนดจำนวนเงินตามคำขอบังคับของโจทก์ให้ศาลปฏิบัติดังนี้

(1) ในกรณีที่โจทก์มีคำขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินจำนวนแน่นอนให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ส่งพยานเอกสารตามที่ศาล เห็นว่าจำเป็นแทนการสืบพยาน

(2) ในกรณีที่โจทก์มีคำขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินอัน ไม่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ให้ศาลสืบพยานหลักฐานโจทก์ไปฝ่ายเดียว และศาลอาจเรียกพยานหลักฐานอื่นมาสืบได้เองตาม ที่เห็นว่าจำเป็น

ถ้าจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การไม่มาศาลในวันสืบพยานตาม มาตรานี้ มิให้ถือว่าจำเลยนั้นขาดนัดพิจารณา

ถ้าโจทก์ไม่นำพยานหลักฐานมาสืบตามความใน มาตรานี้ ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ให้ถือว่าคดีของโจทก์ไม่มีมูล และให้ศาล ยกฟ้องของโจทก์

ตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฎีกา ที่น่าสนใจ

ประเด็น : คำสั่งจำหน่ายคดี หากโจทก์ไม่ยื่นคำร้องขอให้จำเลยขาดนัดนั้น เป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจของศาลกับโจทก์ อย่างแท้จริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 498/2509

บทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 198 มิได้บังคับให้ศาลจำต้องสั่งจำหน่ายคดีเสมอไป เพียงแต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งจำหน่ายคดีเมื่อพ้น 15 วันได้ ฉะนั้น ในกรณีที่ศาลยังมิได้มีคำสั่งจำหน่ายคดี แม้โจทก์จะยื่นคำขอเมื่อพ้น 15 วันศาลก็มีอำนาจที่จะสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การได้ อ้างฎีกาที่ 1464/2495

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

  1. หากจำเลยไม่ยื่นคำให้การ ต่อมาศาลอนุญาตให้ยื่นคำให้การ แต่จำเลยไม่ยื่นอีก โจทก์ก็ต้องยื่นคำร้องขอฯอีกเป็นครั้งที่ 2