คำร้องขอขยายระยะเวลาแก้อุทธรณ์
ข้อ 1. คดีนี้ จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568
โจทก์ได้รับหมายส่งสำเนาอุทธรณ์ ในวันที่ 15 มกราคม 2568 โดยวิธีปิดหมาย ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์ภายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568
ข้อ 2. เนื่องด้วยโจทก์มีความประสงค์ที่จะยื่นคำแก้อุทธรณ์ต่อศาล ซึ่งคดีนี้มีเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก และมีประเด็นปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่โจทก์จะแก้อุทธรณ์ของจำเลยทำให้ทนายความโจทก์ไม่สามารถที่จะดำเนินการเขียนคำแก้อุทธรณ์ได้ทันตามกำหนดระยะเวลาของกฎหมาย เพราะทนายความจะต้องใช้เวลาจัดเตรียมพยานหลักฐานต่างๆ ประกอบในการเขียนคำแก้อุทธรณ์ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ฉะนั้นทนายความจึงต้องใช้เวลาอีกสักระยะเวลาหนึ่ง ทำให้โจทก์ยังไม่สามารถยื่นคำแก้อุทธรณ์ได้ตามกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้
ด้วยเหตุจำเป็นดังที่ประทานกราบเรียนต่อศาลข้างต้น ผู้ร้องจึงขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์ นับถัดจากวันครบกำหนด (วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568) ออกไปอีก 1 เดือน (หนึ่งเดือน) โดยขอขยายจนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2568 เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอศาลได้โปรดประทานอนุญาต
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ผู้ร้อง / ทนายโจทก์
คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้านายดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ทนายโจทก์ เป็นผู้เรียงและพิมพ์
ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ผู้เรียงและพิมพ์
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 237 จำเลยอุทธรณ์อาจยื่นคำแก้อุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นได้ภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันส่งสำเนาอุทธรณ์
ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ห้ามมิให้ศาลแสดงว่า จำเลยอุทธรณ์ขาดนัดเพราะไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์
มาตรา 23 เมื่อศาลเห็นสมควรหรือมีคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้หรือตามที่ศาลได้กำหนดไว้ หรือระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันกำหนดไว้ในกฎหมายอื่น เพื่อให้ดำเนินหรือมิให้ดำเนินกระบวนวิธีพิจารณาใด ๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้นแต่การขยายหรือย่นเวลาเช่นว่านี้ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลได้มีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย

