คำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี หรือขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี
ข้อ 1. คดีนี้ศาลได้โปรดมีคำพิพากษาแล้ว เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568
โดยพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 350,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 300,000 บาทนับแต่วันฟ้อง(15 มกราคม 2568) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ และใช้ค่าทนายความแทนโจทก์ จำนวน 3,000 บาท ดังความแจ้งอยู่ในสำนวนคดีของศาลแล้วนั้น
ข้อ 2. ศาลได้ออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาและส่งให้จำเลยทราบโดยชอบแล้ว แต่จำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำบังคับภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดจนล่วงพ้นไปแล้ว โจทก์จึงยังมิได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล
อาศัยเหตุดังกล่าวข้างต้น ขอศาลได้โปรดออกหมายบังคับคดี เพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของจำเลย นำมาขายทอดตลาด และนำเงินที่ได้ชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วนตามคำพิพากษาต่อไป ขอศาลได้โปรดอนุญาต
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ทนายความโจทก์
คำขอฉบับนี้ ข้าพเจ้านายดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ทนายความโจทก์ เป็นผู้เรียงและพิมพ์
ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ผู้เรียงและพิมพ์
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 275 ถ้าเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาจะขอให้มีการบังคับคดี ให้ยื่นคําขอฝ่ายเดียวต่อศาล ให้บังคับคดีโดยระบุให้ชัดแจ้งซึ่ง
(1) หนี้ที่ลูกหนี้ตามคําพิพากษายังมิได้ปฏิบัติตามคําบังคับ
(2) วิธีการที่ขอให้ศาลบังคับคดีนั้น
ในระหว่างที่ศาลยังมิได้กําหนดวิธีการบังคับคดีตามที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษามีคําขอตามวรรคหนึ่งถ้ามีเหตุจําเป็น เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาจะยื่นคําขอฝ่ายเดียวต่อศาลให้มีคําสั่งกําหนดวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของตนไว้ก่อนก็ได้ และถ้าศาลเห็นสมควร จะมีคําสั่งอนุญาตโดยไม่ต้องไต่สวนก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ลูกหนี้ตามคําพิพากษาอาจยื่นคําขอโดยพลันให้ศาลยกเลิกคําสั่งอนุญาตดังกล่าวได้ คําขอเช่นว่านี้อาจทําเป็นคําขอฝ่ายเดียวโดยได้รับอนุญาตจากศาล และถ้าศาลเห็นสมควรจะมีคําสั่งยกเลิกคําสั่งอนุญาตนั้นโดยไม่ต้องไต่สวนก็ได้ คําสั่งของศาลตามวรรคนี้ให้เป็นที่สุด
ในกรณีที่ศาลมีคําสั่งคุ้มครองประโยชน์ของเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาตามวรรคสองแล้ว คําสั่งนั้นยังคงมีผลต่อไปเท่าที่จําเป็นเพื่อปฏิบัติตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล

