คำแถลงขอวางเงินชำระหนี้
ข้อ 1. คดีนี้ศาลได้โปรดมีคำพิพากษาแล้ว เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568
โดยพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 70,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 60,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง(ฟ้องวันที่ 30 มกราคม 2568) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก รายละเอียดปรากฎตามคำพิพากษาในสำนวนคดี
ข้อ 2. ด้วยจำเลยเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงขอวางเงินต่อศาล เพื่อชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษา รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน และค่าทนายความ พร้อมดอกเบี้ยนับจนถึงวันนี้ เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 80,000 บาท เพื่อให้โจทก์มารับไปจากศาล
จำเลยยอมให้โจทก์รับเงินจำนวนดังกล่าวไป เพื่อระงับการเสียดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และระงับสิทธิการบังคับคดี เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอศาลได้โปรดอนุญาต
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ทนายความจำเลย
คำแถลงฉบับนี้ ข้าพเจ้านายดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ทนายความจำเลย เป็นผู้เรียงและพิมพ์
ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ผู้เรียงและพิมพ์
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 136 ในกรณีที่จำเลยวางเงินต่อศาลโดยยอมรับผิด ถ้าโจทก์พอใจยอมรับเงินที่จำเลยวางโดยไม่ติดใจเรียกร้องมากกว่านั้น และคดีไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปอีก ให้ศาลพิพากษาคดีไปตามนั้น คำพิพากษานั้นเป็นที่สุด แต่ถ้าโจทก์ไม่พอใจในจำนวนเงินที่จำเลยวาง และยังติดใจที่จะดำเนินคดีเพื่อให้จำเลยต้องรับผิดในจำนวนเงินตามที่เรียกร้องต่อไปอีก จำเลยมีสิทธิถอนเงินที่วางไว้นั้นได้ โดยให้ถือเสมือนว่ามิได้มีการวางเงิน หรือจำเลยจะยอมให้โจทก์รับเงินนั้นไปก็ได้ ในกรณีหลังนี้ โจทก์จะรับเงินไปหรือไม่ก็ตาม จำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่วาง แม้ว่าจำเลยมีความรับผิดตามกฎหมายจะต้องเสีย ทั้งนี้ นับแต่วันที่จำเลยยอมให้โจทก์รับเงินไป
ในกรณีที่จำเลยวางเงินต่อศาลโดยไม่ยอมรับผิด จำเลยจะรับเงินนั้นคืนไปก่อนที่มีคำพิพากษาว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดไม่ได้ การวางเงินเช่นว่านี้ ไม่เป็นเหตุระงับการเสียดอกเบี้ยหากจำเลยมีความรับผิดตามกฎหมายจะต้องเสีย

