คำร้อง
-
คำร้อง ขอถอนฟ้อง (หลังจำเลยยื่นคำให้การ)
คำร้อง ขอถอนฟ้อง (หลังจำเลยยื่นคำให้การ) ข้อ 1. คดีนี้ ศาลได้โปรดมีคำสั่งนัดสืบพยานโจทก์ ในวันนี้ โจทก์ฟ้องและจำเลยให้การต่อสู้คดีแล้ว แต่เนื่องจากในวันนี้ โจทก์และจำเลยสามารถตกลงกันได้ รายละเอียดปรากฎตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 2. โจทก์จึงไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีอีกต่อไป จึงขอถอนคำฟ้องคดีนี้เสีย โดยขอศาลได้โปรดคืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์ในกรณีพิเศษ และในการนี้จำเลยทราบการถอนคำฟ้องคดีของโจทก์แล้ว ไม่คัดค้านแต่อย่างใด ขอศาลได้โปรดอนุญาต ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร โจทก์ คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้านายดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ทนายความโจทก์ เป็นผู้เรียงและพิมพ์ ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ผู้เรียงและพิมพ์ ข้าพเจ้านายชอบ ยุติธรรม จำเลย รับทราบการถอนฟ้องคดีนี้แล้วไม่คัดค้าน ลงชื่อ ชอบ ยุติธรรม จำเลย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 ก่อนจำเลยยื่นคำให้การ โจทก์อาจถอนคำฟ้องได้โดยยื่นคำบอกกล่าวเป็นหนังสือต่อศาล ภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้ว โจทก์อาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น เพื่ออนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องได้ ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตหรืออนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ (1) ห้ามไม่ให้ศาลให้อนุญาต โดยมิได้ฟังจำเลยหรือผู้ร้องสอด
-
คำร้อง ขอให้ศาลเรียกพยานบุคคล โดยวิธีปิดหมาย ข้ามเขต
คำร้องขอให้ศาลเรียกพยานบุคคล โดยวิธีปิดหมาย ข้ามเขต ข้อ 1. คดีนี้ ศาลได้โปรดนัดสืบพยานโจทก์และจำเลย ในวันที่ 13 กันยายน 2568 ข้อ 2. ตามบัญชีระบุพยานของจำเลย ฉบับลงวันที่ 13 กันยายน 2568 อันดับที่ 2 และตามรายงานกระบวนพิจารณา ฉบับลงวันที่ 13 กันยายน 2568 นั้น จำเลยได้อ้าง นายชอบ ยุติธรรม ซึ่งเป็นพยานบุคคลที่สำคัญในคดี ข้อ 3. เนื่องด้วยพยานดังกล่าวเป็นบุคคลภายนอก และเป็นพยานหมาย จำเลยจึงไม่สามารถนำพยานดังกล่าว มาศาลเองได้ จึงขอประทานกราบเรียนต่อศาลที่เคารพได้โปรดมีคำสั่งออกหมายเรียกพยานบุคคลดังกล่าวมาศาล เพื่อเบิกความ ในวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลย ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ด้วย ข้อ 4. ด้วยพยานบุคคลภายนอกดังกล่าว มีภูมิลำเนาตามกฎหมาย อยู่ที่บ้านเลขที่ 111/222 อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี รายละเอียดปรากฏตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร เอกสารแนบท้ายคำร้องฉบับนี้ ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงชลบุรี
-
คำร้อง ขอให้ศาลออกคำสั่งเรียกพยานเอกสาร
คำร้องขอให้ศาลออกคำสั่งเรียกพยานเอกสาร ข้อ 1. คดีนี้ ศาลได้โปรดนัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ข้อ 2. ผู้ร้องได้ยื่นบัญชีระบุพยานโจทก์ เพิ่มเติมครั้งที่ 1 ฉบับลงวันที่วันนี้ ซึ่งตามบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 ของโจทก์อันดับที่ 1 ถึง 3 นั้น เป็นพยานเอกสารเกี่ยวกับฐานะของจำเลย ที่ผู้ร้องจำเป็นต้องใช้ประกอบในการซักถามพยาน เพื่อประโยชน์ต่อการพิจารณาของศาลอย่างได้ชัดเจน เนื่องด้วยพยานเอกสารดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอก และเป็นพยานหมาย โจทก์จึงไม่สามารถนำพยานดังกล่าวมาศาลเองได้ จึงขอประทานกราบเรียนต่อศาลที่เคารพได้โปรดมีคำสั่งออกหมายเรียกพยานเอกสารดังกล่าวมาศาล ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ตามวันและเวลาดังกล่าวที่ศาลได้กำหนดนัดด้วย โดยให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้นำส่ง ซึ่งโจทก์ได้ชำระค่าธรรมเนียมของศาลตามระเบียบมาเรียบร้อยแล้ว เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอศาลได้โปรดอนุญาต ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ผู้ร้อง / ทนายโจทก์ คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้านายดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ทนายโจทก์ เป็นผู้เรียงและพิมพ์ ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ผู้เรียงและพิมพ์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 123
-
คำร้อง ขอขยายระยะเวลาแก้อุทธรณ์
คำร้องขอขยายระยะเวลาแก้อุทธรณ์ ข้อ 1. คดีนี้ จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 โจทก์ได้รับหมายส่งสำเนาอุทธรณ์ ในวันที่ 15 มกราคม 2568 โดยวิธีปิดหมาย ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์ภายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ข้อ 2. เนื่องด้วยโจทก์มีความประสงค์ที่จะยื่นคำแก้อุทธรณ์ต่อศาล ซึ่งคดีนี้มีเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก และมีประเด็นปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่โจทก์จะแก้อุทธรณ์ของจำเลยทำให้ทนายความโจทก์ไม่สามารถที่จะดำเนินการเขียนคำแก้อุทธรณ์ได้ทันตามกำหนดระยะเวลาของกฎหมาย เพราะทนายความจะต้องใช้เวลาจัดเตรียมพยานหลักฐานต่างๆ ประกอบในการเขียนคำแก้อุทธรณ์ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ฉะนั้นทนายความจึงต้องใช้เวลาอีกสักระยะเวลาหนึ่ง ทำให้โจทก์ยังไม่สามารถยื่นคำแก้อุทธรณ์ได้ตามกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ด้วยเหตุจำเป็นดังที่ประทานกราบเรียนต่อศาลข้างต้น ผู้ร้องจึงขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์ นับถัดจากวันครบกำหนด (วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568) ออกไปอีก 1 เดือน (หนึ่งเดือน) โดยขอขยายจนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2568 เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอศาลได้โปรดประทานอนุญาต ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ผู้ร้อง / ทนายโจทก์ คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้านายดรณ์
-
คำร้อง ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์
คำร้อง ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ข้อ 1. คดีนี้ ศาลได้อ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ดังที่ปรากฏในสำนวนคดีนี้แล้ว ข้อ 2. เนื่องด้วยโจทก์มีความประสงค์ที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาของศาล ซึ่งคดีนี้มีเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก และมีประเด็นปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่โจทก์ยังไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ทำให้ทนายความโจทก์ไม่สามารถที่จะดำเนินการเขียนอุทธรณ์ได้ทันตามกำหนดระยะเวลาของกฎหมาย เพราะทนายความจะต้องใช้เวลาจัดเตรียมพยานหลักฐานต่างๆ ประกอบในการเขียนอุทธรณ์ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ฉะนั้นทนายความจึงต้องใช้เวลาอีกสักระยะเวลาหนึ่ง ทำให้โจทก์ยังไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตามกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ด้วยเหตุดังที่ประทานกราบเรียนต่อศาลข้างต้น ผู้ร้องจึงขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ นับถัดจากวันครบกำหนดอุทธรณ์ (วันที่ 30 มิถุนายน 2568) ออกไปอีก 1 เดือน (หนึ่งเดือน) โดยขอขยายจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอศาลได้โปรดประทานอนุญาต ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ผู้ร้อง / ทนายโจทก์ คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้านายดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ทนายโจทก์ เป็นผู้เรียงและพิมพ์
-
คำร้อง ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ (กับอัยการ)
คำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ (กับอัยการ) ข้อ 1. คดีนี้ ศาลได้โปรดนัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 10 เมษายน 2568 ข้าพเจ้าในฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ มีความประสงค์ที่จะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการโจทก์ โดยขอถือเอาคำฟ้อง บัญชีระบุพยาน และสรรพเอกสารในคดีนี้ เป็นของโจทก์ร่วมด้วย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอศาลได้โปรดอนุญาต ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ผู้เสียหาย คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้านายดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ทนายผู้เสียหาย เป็นผู้เรียงและพิมพ์ ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ผู้เรียงและพิมพ์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 30 คดีอาญาใดซึ่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในระยะใดระหว่างพิจารณาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนั้นก็ได้
-
คำร้อง เรียกค่าสินไหมทดแทน (ป.วิ.อ มาตรา 44/1)
คำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทน (ป.วิ.อ มาตรา 44/1) ข้อ 1. คดีนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 ดังความแจ้งในสำนวนแล้วนั้น ข้อ 2. ผู้ร้องเป็นผู้เสียหายในคดีนี้โดยตรง ผู้ร้องมีความประสงค์จะขอเรียกค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำความผิดของจำเลยอันเป็นการละเมิดต่อผู้เสียหายทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายดังนี้ 2.1. ค่ารักษาพยาบาลและค่าฟื้นฟูร่างกาย จำนวน 70,000 บาท 2.2. ค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหาย จำนวน 25,000 บาท 2.3. ระหว่างที่ผู้ร้องรักษาตัว ทำให้ผู้ร้องไม่ได้ประกอบการงานไม่ได้เป็นเวลา 30 วัน ผู้ร้องขอคิดค่าเสียหายในการขาดประโยชน์วันละ 600 บาท รวม เป็นเงินจำนวน 18,000 บาท 2.4. ค่าทำขวัญเนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องผ่าตัด จำนวนเงิน 50,000 บาท รวมเป็นเงินค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 163,000 บาท ดังนั้นผู้ร้องจึงขอประทานกราบเรียนต่อศาลขอศาลได้โปรดบังคับให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้แก่ผู้ร้อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 163,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน
-
คำร้อง ขอให้ศาลวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้น
คำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้น ข้อ 1. คดีนี้ศาลมีเขตอำนาจและมีสิทธิรับฟังโจทก์ในวันที่ 1 มกราคม 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา ข้อ 2. คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 จำเลยกู้เงินโจทก์ไปจำนวน 20,000 บาท ตกลงดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยภายในวันที่ 1 มกราคม 2568 จำเลยได้รับเงินกู้ไปครบถ้วนแล้วในวันทำสัญญา หลังจากนั้นจำเลยผิดนัดสัญญาไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามกำหนด จำเลยให้การยอมรับว่ากู้ยืมเงินจากโจทก์ไปตามฟ้องจริง แต่ชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว ข้อ 3. จากคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยดังกล่าวยังคงมีประเด็นข้อพิพาทในปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์แล้วหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงตามคำฟ้องให้การดังกล่าวรับฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินจากโจทก์ไปจริงตามฟ้อง จำเลยให้การว่าได้ชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวให้โจทก์แล้ว แต่จำเลยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นมาไถ่ถอนคืนไปแล้วหรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์แล้ว เห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและคำให้การที่โจทก์และจำเลยรับกันนั้น เพียงพอที่จะวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีว่าจำเลยชำระหนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์ตามฟ้องแล้วหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นข้อกฎหมายเป็นสาระสำคัญในคดี หากวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่าจำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์แล้วศาลต้องพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ซึ่งจะเป็นผลแก่โจทก์และจะทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องโดยไม่จำเป็นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โจทก์จึงขอทราบต่อศาลที่เคารพ ได้โปรดมีคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นก่อนการพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ต่อไปด้วย ขอศาลได้โปรดอนุญาต ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ลงชื่อ
-
คำร้อง ขออนุญาตยื่นคำให้การ
คำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ ข้อ 1. คดีนี้ ศาลได้โปรดนัดชี้สองสถาน และกำหนดแนวทางการดำเนินคดีหรือสืบพยานโจทก์ ในวันนี้ จำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง โดยวิธีปิดหมาย เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งครบกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การ ในวันที่ 13 มีนาคม 2568 รายละเอียดปรากฎตามรายงานผลการส่งหมาย ในสำนวนคดี ปรากฎว่าจำเลยไม่ได้ยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลา จึงถือว่าขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยขอกราบเรียนต่อศาลว่า เนื่องจากจำเลยประกอบอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จำเป็นต้องเดินทางอยู่เสมอ ทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศ โดยแต่ละครั้งนั้นใช้เวลานานกว่าจะเดินทางกลับมายังภูมิลำเนา เมื่อเจ้าหน้าที่ศาลนำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องได้โดยวิธีปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลย นั้นเป็นช่วงเวลาที่จำเลยได้เดินทางไปต่างประเทศ และไม่ได้กลับบ้านเป็นเวลา 2 เดือน เมื่อกลับมาจึงทราบว่าตนถูกฟ้องคดี และพ้นระยะเวลายื่นคำให้การต่อสู้คดีแล้ว รายละเอียดปรากฎตามสำเนาหนังสือเดินทาง เอกสารแนบท้ายคำร้องฉบับนี้ เนื่องจากจำเลยประสงค์จะยื่นคำให้การสู้คดี อีกทั้งการขาดนัดยื่นคำให้การของจำเลยในคดีนี้มิได้เป็นไปโดยจงใจ จำเลยจึงขอศาลได้โปรดนัดไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดี เพื่อให้โอกาสจำเลยได้สู้คดีอย่างเต็มที่ และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอศาลได้โปรดอนุญาต ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ทนายความจำเลย คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้านายดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ทนายความจำเลย เป็นผู้เรียงและพิมพ์ ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร
-
คำร้อง ขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การ
คำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การ ข้อ 1. คดีนี้ ศาลได้โปรดนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดี หรือสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 12 กันยายน 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา คดีนี้ จำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง โดยวิธีปิดหมาย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ซึ่งจะครบกำหนดยื่นคำให้การ ในวันนี้ ข้อ 2. ข้าพเจ้าขอกราบเรียนต่อศาลว่า จำเลยมีความประสงค์จะต่อสู้คดี เนื่องจากคำฟ้องของโจทก์เป็นเท็จทั้งสิ้น แต่จำเลยเพิ่งได้ติดต่อกับข้าพเจ้าเพื่อเป็นทนายความแก้ต่างให้จำเลยเพียง 1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยคดีนี้มีพยานบุคคลและพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทำให้ข้าพเจ้าไม่อาจตรวจสอบค้นหาข้อเท็จจริงให้กระจ่างได้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ยื่นคำให้การได้ ข้าพเจ้าจึงไม่อาจทำคำให้การต่อสู้คดียื่นต่อศาลได้ทันภายในระยะเวลาที่ กฎหมายกำหนด ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอกราบเรียนต่อศาลที่เคารพ ขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การไปอีก 1 เดือนนับถัดจากวันครบกำหนดยื่นคำให้การ โดยขอขยายขนถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้จำเลยต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอศาลได้โปรดอนุญาต ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ลงชื่อ ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร

