คำแถลง ขอส่งบันทึกถ้อยคำแทนการซักถามพยาน

คำแถลงขอส่งบันทึกถ้อยคำแทนการซักถามพยาน ข้อ 1. คดีนี้ ศาลได้โปรดนัดสืบพยาน ในวัน 4 มีนาคม 258 เวลา 9.00 น. โจทก์จึงมีความประสงค์ขอยื่นบันทึกถ้อยคำแทนการซักถามพยานของโจทก์ ปากนายชอบ ยุติธรรม ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ อันดับ 2 ตามบัญชีพยานโจทก์ ฉบับลงวันที่ 15 มกราคม 2568  พร้อมด้วยสำเนาบันทึกถ้อยคำแทนการซักถามพยานโจทก์ เพื่อส่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาพร้อมกับคำแถลงฉบับนี้แล้ว จึงขอศาลได้โปรดรับไว้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมขอศาลได้โปรดอนุญาต ลงชื่อ    ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร        …

คำแถลงขอส่งบันทึกถ้อยคำแทนการซักถามพยาน

ข้อ 1. คดีนี้ ศาลได้โปรดนัดสืบพยาน ในวัน 4 มีนาคม 258 เวลา 9.00 น.

โจทก์จึงมีความประสงค์ขอยื่นบันทึกถ้อยคำแทนการซักถามพยานของโจทก์ ปากนายชอบ ยุติธรรม ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ อันดับ 2 ตามบัญชีพยานโจทก์ ฉบับลงวันที่ 15 มกราคม 2568  พร้อมด้วยสำเนาบันทึกถ้อยคำแทนการซักถามพยานโจทก์ เพื่อส่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาพร้อมกับคำแถลงฉบับนี้แล้ว

จึงขอศาลได้โปรดรับไว้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมขอศาลได้โปรดอนุญาต

ลงชื่อ    ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร         ทนายความโจทก์

คำแถลงฉบับนี้ ข้าพเจ้านายดรณ์ ลดาวัลย์บุตร ทนายความโจทก์ เป็นผู้เรียงและพิมพ์

ลงชื่อ    ดรณ์ ลดาวัลย์บุตร         ผู้เรียงและพิมพ์

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 120/1 เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำร้องและคู่ความอีกฝ่ายไม่คัดค้าน และศาลเห็นสมควรศาลอาจอนุญาตให้คู่ความฝ่ายที่มีคำร้องเสนอบันทึกถ้อยคำทั้งหมดหรือแต่บางส่วนของผู้ที่ตนประสงค์จะอ้างเป็นพยานยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของผู้ให้ถ้อยคำต่อศาลแทนการซักถามผู้ให้ถ้อยคำเป็นพยานต่อหน้าศาลได้

คู่ความที่ประสงค์จะเสนอบันทึกถ้อยคำแทนการซักถามพยานดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง จะต้องยื่นคำร้องแสดงความจำนงพร้อมเหตุผลต่อศาลก่อนวันชี้สองสถาน หรือก่อนวันสืบพยาน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน และให้ศาลพิจารณากำหนดระยะเวลาที่คู่ความจะต้องยื่นบันทึกถ้อยคำดังกล่าวต่อศาลและส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำนั้นให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันสืบพยานคนนั้น เมื่อมีการยื่นบันทึกถ้อยคำต่อศาลแล้วคู่ความที่ยื่นไม่อาจขอถอนบันทึกถ้อยคำนั้น บันทึกถ้อยคำนั้นเมื่อพยานเบิกความรับรองแล้วให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำเบิกความตอบคำซักถาม

ให้ผู้ให้ถ้อยคำมาศาลเพื่อเบิกความตอบคำซักถามเพิ่มเติม ตอบคำถามค้าน และคำถามติงของคู่ความหากผู้ให้ถ้อยคำไม่มาศาล ให้ศาลปฏิเสธที่จะรับฟังบันทึกถ้อยคำของผู้นั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแต่ถ้าศาลเห็นว่าเป็นกรณีจำเป็นหรือมีเหตุสุดวิสัยที่ผู้ให้ถ้อยคำไม่สามารถมาศาลได้ และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จะรับฟังบันทึกถ้อยคำที่ผู้ให้ถ้อยคำมิได้มาศาลนั้นประกอบพยานหลักฐานอื่นก็ได้

ในกรณีที่คู่ความตกลงกันให้ผู้ให้ถ้อยคำไม่ต้องมาศาล หรือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งยินยอมหรือไม่ติดใจถามค้าน ให้ศาลรับฟังบันทึกถ้อยคำดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีได้